A password will be e-mailed to you.

ในนามของคนทำงานศิลปะหรือจะเรียกว่า ศิลปิน / จิตรกร / คนเขียนรูป สิ่งหนึ่งที่ติดตามตัวมานั้น นั่นก็คือผลงานศิลปะที่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาด้วยการหล่อหลอมจากภาวะทางจิตใจและระดับมันสมองที่แตกต่างกัน อีกทั้งยังเป็นตัวชี้วัดคุณค่าและถ่ายทอดประสบการณ์ในช่วงเวลานึง เผยแพร่ให้ผู้เสพได้นึกคิดและทำความเข้าใจ

ดั่งเช่น ผลงานของศิลปินในแบบฉบับกราฟฟิตี้ ที่เราจะมาพูดถึงและเจาะเบื้องลึกการทำงานศิลปะของศิลปินกราฟฟิตี้หรือนักเขียนกราฟฟิตี้ระดับตำนานที่ได้ลาจากโลกนี้ไปแล้วอย่าง ‘Dondi White’ (Donald Joseph White) ที่เสียชีวิตไปเมื่อปี 1998 ด้วยโรคเอดส์

จากจุดเริ่มต้น Dondi White เกิดเมื่อวันที่ 7 เมษายน 1961 เป็นลูกคนสุดท้องจากพี่น้อง 5 คน โดยมี 3 เชื้อชาติเป็นอิตาลี / แอฟริกัน / อเมริกัน และมาเติบโตในภาคตะวันออกของนิวยอร์กย่านบรูคลิน ในช่วงสมัยเด็ก งานศิลปะของเขาเกิดขึ้นครั้งแรกในโรงเรียนคาทอลิก ซึ่งเป็นช่วงที่ครอบครัวของเขาเริ่มรู้ตัวว่า Dondi นั้นมีความความคิดสร้างสรรค์ในด้านศิลปะค่อนข้างสูง จากด้วยสภาวะแวดล้อมในยุคนั้นที่รายล้อมไปด้วยสังคมชนชั้นล่าง งานกราฟฟิตี้ของเขาก็ถูกเริ่มต้น

ในช่วงปี 1970  ในช่วงนั้นแท็กเนมชื่อแรกของเขาคือ ‘Naco’ และยังเป็นสมาชิกของกลุ่มที่รู้จักกันในชื่อ ‘The Odd Partners’ โดยมีรุ่นพี่ศิลปินกราฟฟิตี้ในยุคนั้นอย่าง Mickey / Hurst / Slave / Noc 167 เป็นอิทธิพลสำคัญในการพัฒนางานด้านกราฟฟิตี้

 

จนในปี 1977 เขาได้สร้างกลุ่มกราฟฟิตี้ของเขาเองในชื่อ ‘CIA’ ที่ย่อมาจาก ‘Crazy Insides Artist’ ที่ประกอบไปด้วยสมาชิกทีมอย่าง Sid / Kist / Duro / Aeron / Pete / Deal / Z-ro / Greg 167 / Rasta CIA และ Kid 56 ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลาที่พวกเขาสร้างสรรค์งานร่วมกัน รวมถึง Dondi ด้วยที่พัฒนาผลงานและไอเดียต่างๆ ที่มีผลต่อวงการกราฟฟิตี้ในยุคนั้นมากมาย ทำให้ชื่อเสียงของเขาในตอนนั้นเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น

ในปี 1979 เขาได้รู้จักกับ Martha Cooper ช่างภาพหญิงในยุคนั้น เธอติดตามถ่ายผลงานของ Dondi มาตลอด อย่างงานซีรีย์บนตัวรถไฟในชื่อ ‘Children of the Grave’ ของเขา ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพลงของวง ‘Black Sabbath’ ก็ได้ถูกจัดเป็นหนึ่งในชุดภาพกราฟฟิตี้ทรงอิทธิพลชุดนึง และทำให้ภาพถ่ายนี้ รวมถึงอีกหลายๆ งานของศิลปินคนอื่นๆ ก็ได้ไปปรากฏอยู่ในหนังสือระดับตำนานอย่าง Subway Art ที่ถูกผลิตในปี 1984 ซึ่งก็ถือว่าหนังสือเล่มนี้มีความเสี่ยงอย่างมากต่อกฎหมายในยุคนั้น ที่เป็นการเปิดเผยโลกอีกด้านนึงที่ไม่เคยมีใครรู้มาก่อนของศิลปินกราฟฟิตี้กับงานพ่นบนตัวรถไฟ

ในช่วงปี 1980  ผลงานของเขาถือว่ากลายเป็นที่รู้จักมากขึ้น จากศิลปินด้วยกันหรือจากทางแกลเลอรี่ที่ในยุคนั้นเริ่มที่จะมองหาศิลปินสาย urban art ที่น่าสนใจมาร่วมงานมากขึ้น พร้อมทั้งการได้ร่วมแสดงกับเพื่อนๆ ในสายเดียวกันอย่าง Futura, Crash, Keith Haring, Jean-Michel Basquiat, Fab-Five Freddie, Eric Haze, Kenny Scharf และ Zephyr ซึ่งคนนี้ถือว่าเป็นเพื่อนซี้ของเขามากที่สุด ตระเวนพ่นกราฟฟิตี้บนรถไฟด้วยกันมาตลอด

ผลงานของ Dondi ถ้าจะว่ากันในเรื่องของสไตล์และแนวทางนั้น คงต้องบอกว่างานของเขาเป็นรูปแบบกราฟฟิตี้ที่มีเสน่ห์อย่างมาก ด้วยโครงสร้างในแบบ ‘Block Style’ หรือฟอนต์ตัวหนาที่มีมิติที่เรียบง่ายแต่ทรงพลัง พร้อมด้วยผลงานของเขาในอีกแบบนึงที่โดดเด่นไม่แพ้งานพ่นบนกำแพง กับงานในรูปแบบ Fine Art ที่มีการผสมผสานด้วยกลิ่นอายของงานสีสเปรย์ในแบบกราฟฟิตี้ ซึ่งเขาได้รับแรงบันดาลใจมาจากศิลปินในดวงใจของเขาอย่าง ‘Leonardo da Vinci

 

จนในช่วงระยะสุดท้าย กับการเสียชีวิตด้วยวัยเพียง 37 ปี ผลงานของเขากลายเป็นกรณีศึกษาที่น่าสนใจต่อวงการกราฟฟิตี้และงานศิลปะร่วมสมัย ทำให้ชื่อเสียงของเขากลายเป็นที่จับตามองจากบรรดาแกลเลอรี่และหอศิลป์มากมาย ที่ต้องการเก็บรักษาผลงานของเขาเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นงานที่ถูกจัดแสดงไว้ที่ พิพิธภัณฑ์ Groninger ในเนเธอร์แลนด์, Musée Monuments Français ในปารีส และสถานที่อื่นๆ อีกมากมาย

/////////

credit photo : Martha Cooper / the word is bond / telerama