A password will be e-mailed to you.

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับการจากไปของหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลอีกคนนึงของวงการกราฟฟิตี้ระดับโลก อย่าง ‘NORM’ กราฟฟิตี้ไรท์เตอร์มากความสามารถชาวอเมริกัน จากเมืองซานฟรานซิสโก ที่ฝากผลงานไว้บนโลกใบนี้อย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นงานทางด้านกราฟฟิตี้และงานทางด้าน Tattoo โดยครั้งนี้เราจะมาย้อนเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจของเขา จากจุดแรกเริ่มถึงผลงานในปัจจุบันว่ามีเรื่องอะไรที่คุณอาจจะเคยรู้และไม่เคยรู้มาก่อน

‘NORM’ คือหนึ่งในกราฟฟิตี้ไรท์เตอร์ ที่อยู่ในกลุ่มกราฟฟิตี้ที่แข็งแกร่งที่สุดอีกกลุ่มนึงของโลกอย่าง ‘MSK’ Crew  และยังเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มอย่าง AWR / K2S และ The Seventh Letter

//////////

เขาได้เริ่มทำงานกราฟฟิตี้มาตั้งแต่ปี 1998 หลังจากได้คุยและพบปะ  Revok, Saber และ Retna จนเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการทำกราฟฟิตี้ แล้วได้เข้ามาเป็นสมาชิกของกลุ่ม ‘AWR’ (Angels Will Rise) และ ‘MSK’ (Mad Society King)

//////////

ผลงานกราฟฟิตี้ของ ‘NORM’ เป็นงานที่มีกลิ่นอายมาจากยุค 90’ พัฒนาตัวอักษร Chicano letter จนเกิดเป็นสไตล์กราฟฟิตี้ฟอนต์ในแบบฉบับตัวเขาเอง โดยมีลูกเล่นและการใช้สีที่มีเสน่ห์และโดดเด่น

//////////

นอกจาก Graffiti Piece สวยๆ แล้ว ผลงานของเขาในแนว Throw Up Bombing ก็ถือว่าได้รับการยอมรับเหมือนกัน ด้วยสไตล์การสร้างสรรค์งานขนาดใหญ่มองเห็นชัดเจน ร่วมกับเพื่อนของเขาอย่าง Reyes และอีกหลายๆ คน

//////////

เมื่อช่วงปี 2011 เขาได้จัดนิทรรศการศิลปะของเขาเองในชื่อชุด ‘Always’ ที่ Known Gallery แสดงผลงานภาพวาดและลายสัก พร้อมกับเพื่อนๆ ของเขาอย่าง Steel / Trevelen / Lani Lee ซึ่งก่อนหน้านั้นในปี 2009 เขาก็มีงานแสดงเดี่ยวของเขาเองด้วยเช่นกัน ในชื่อชุด ‘Norm AWR’ solo show

//////////

ในยุค 2000 ต้นๆ Norm เริ่มสนใจการสักลวดลายบนร่างกาย โดยได้รับการฝึกฝนเรียนรู้ทักษะมาจากช่างสักชื่อดังอย่าง Grime และ Marcus Pacheco

//////////

จนต่อมา เขาได้มาเปิดร้านสักในชื่อว่า ‘Will Rise’ Tattoo Shop ในย่าน Los Angeles มีผู้ที่ชื่นชอบในตัวผลงานของเขาอย่างมากมาย ไม่เว้นแม้กระทั่งดาราดังๆ และบุคคลที่มีชื่อเสียง แถมเขายังเป็นคนออกแบบเครื่องสักของตัวเอง ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากช่างสักที่มีชื่อเสียงทั่วโลก

//////////

ผลงานการสักของเขา ถือว่าเป็นลักษณะงานฟอนต์ที่มีเอกลักษณ์ ผสมผสานความเป็น Chicano letter พัฒนางานจนเกิดเป็นเส้นสายและรูปแบบของฟอนต์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยสไตล์ของสีที่มีอัตลักษณ์อย่างสีดำและสีเทา

//////////

จนถึงวาระสุดท้าย ผลงานของเขาก็ยังคงมีคุณค่าและกระจายผลงานไปอยู่ในทั่วทุกมุมโลก ไม่เว้นแม้กระทั่งในไทย ช่วงปี 2012 เขาก็ได้เดินทางมาสร้างสรรค์งานไว้ที่นี่หลายต่อหลายที่ ด้วยผลงานหลากรูปแบบ

 

//////////

 

credit photo : Dylan Maddux / Brandon Shigeta / pengalaman